ดูเหมือนว่าการแข่งขันชิงแชมป์บุนเดสลีกายังคงเปิดกว้างในฤดูกาลนี้ โดยบาเยิร์น มิวนิคค่อยๆ ทำแต้มหล่นและเปิดโอกาสให้คู่แข่งของพวกเขา ภูมิทัศน์ของลีกกำลังเปลี่ยนแปลง ฮัมบูร์ก ฮอฟเฟ่นไฮม์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

บาเยิร์น มิวนิค มีเกมการแข่งขันที่น่าผิดหวังที่สนามโฟล์คสปาร์ค โดยเสมอกับฮัมบูร์ก 2-2 ซึ่งนับเป็นการไม่ชนะติดต่อกันเป็นนัดที่สองของพวกเขา หลังจากที่พ่ายแพ้คาบ้านอย่างน่าตกใจต่อเอาก์สบวร์ก 2-1 ในนัดล่าสุด และตอนนี้พวกเขาก็เสียคะแนนไปอีกสองแต้มในเกมเยือน

การแข่งขันเป็นไปอย่างสูสีตั้งแต่ต้นจนจบ ฮัมบูร์กขึ้นนำจากจุดโทษ บาเยิร์นตีเสมอได้ก่อนหมดครึ่งแรกไม่นาน และดิอาซตัวสำรองก็ทำให้ทีมเยือนขึ้นนำอีกครั้งไม่นานหลังจากเริ่มครึ่งหลัง อย่างไรก็ตาม ภายในไม่กี่นาที ฮัมบูร์กก็ตีเสมอได้ด้วยการโหม่ง และทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูได้อีกแม้จะครองบอลและควบคุมเกมได้อย่างเหนือชั้น แต่บาเยิร์นก็ไม่สามารถเจาะแนวรับของคู่แข่งได้ ฮัมบูร์กที่ตั้งรับอย่างเหนียวแน่นและรอจังหวะสวนกลับ สามารถคว้าหนึ่งแต้มจากทีมเสือใต้ไปได้ ผลการแข่งขันนี้ได้จุดประกายศึกชิงแชมป์บุนเดสลีกาขึ้นมาอีกครั้งอย่างแน่นอน

บาเยิร์น มิวนิค ปัจจุบันครองตำแหน่งจ่าฝูงของตารางด้วยคะแนน 51 คะแนนหลังจาก 20 นัด โดยชนะ 16 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้ 1 นัด ผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ +56 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการทำประตูที่น่าเกรงขาม อย่างไรก็ตาม การไม่ชนะในสองนัดล่าสุดทำให้พวกเขาลดช่องว่างลงอย่างเห็นได้ชัด โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มีเกมในมือหนึ่งนัด และสะสมคะแนนได้ 42 คะแนน ขณะที่ฮอฟเฟ่นไฮม์ก็สะสมคะแนนได้ 42 คะแนนเช่นกัน และกำลังไล่ตามอย่างใกล้ชิด

ฮัมบูร์ก ซึ่งอยู่ในอันดับกลางถึงล่างของตารางด้วยคะแนน 19 คะแนน อย่างน้อยก็อยู่เหนือโซนตกชั้นแล้ว การเสมอครั้งนี้มีค่าเกือบเท่ากับชัยชนะสำหรับพวกเขา บาเยิร์นเคยครองเกมเหล่านี้มาก่อน โดยชนะ 17 ครั้ง และเสมอ 3 ครั้ง จาก 20 นัดล่าสุด รวมถึงชัยชนะติดต่อกัน 9 ครั้ง สถิตินี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว บาเยิร์นไม่เคยแพ้เกมเยือนในฤดูกาลนี้มาก่อน จนกระทั่งการพ่ายแพ้ครั้งนี้ โดยปัญหาด้านความฟิตและผู้เล่นเริ่มปรากฏให้เห็น

ทีมของเดอ บัวร์ยังคงใช้กลยุทธ์การกดดันสูงควบคู่กับการส่งบอลอย่างรวดเร็วและการครองบอล โดยมีเคนเป็นกำลังสำคัญในแนวรุก อย่างไรก็ตาม แนวรับของทีมกำลังประสบปัญหาการบาดเจ็บหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งขวา เลมเมอร์ได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อน่องในเกมกับโคโลญจน์เมื่อกลางเดือนมกราคม และจะไม่สามารถกลับมาได้จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อไม่มีเขา ฝั่งขวาขาดความหลากหลายในการโจมตีเหมือนเดิม ในขณะที่การป้องกันก็ลดลงอย่างมากเช่นกัน

แม้ว่าเดวีส์จะสกัดบอลออกจากเส้นประตูได้อย่างสำคัญในครั้งนี้ แต่การฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บของเขายังคงล่าช้า และการเปลี่ยนผ่านจากเกมรับสู่เกมรุกของทีมก็มักจะสะดุดอยู่บ่อยครั้ง การจ่ายบอลและการสร้างเกมของคิมมิชม์นั้นไร้ที่ติ โดยเฉพาะลูกจ่ายยาวที่แม่นยำเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเผชิญกับคู่แข่งที่มีรูปร่างใหญ่โต เขากลับประสบปัญหาอยู่บ้าง ทั้งการควบคุมบอล การหมุนตัว และการบังบอลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งยังถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานของกองกลางตัวรับระดับท็อป

โอลิชแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจน ด้วยการเลี้ยงบอลและการทำแอสซิสต์ของเขาที่ถือเป็นจุดเด่นไม่กี่อย่างของบาเยิร์น

การต่อสู้เพื่อหนีตกชั้นของฮัมบูร์กนั้นเข้มข้นอยู่แล้ว หลังจากที่ไม่ชนะใครมาหกนัดติดต่อกัน แต่พวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งมากขึ้นเมื่อกลับมาเล่นในบ้าน วิเอร่าและวูสโควิชก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ได้ดี โดยเฉพาะวูสโควิชที่แสดงให้เห็นถึงความเฉียบขาดในการโหม่งประตู ซึ่งครั้งนี้ช่วยให้ทีมตีเสมอได้สำเร็จ

บาเยิร์นพยายามครองบอลตั้งแต่เริ่มเกม โดยกดดันสูงเพื่อสกัดกั้นการจ่ายบอลของฮัมบูร์ก อย่างไรก็ตาม แนวรับของฮัมบูร์กยืนลึกและโต้กลับด้วยการเปลี่ยนเกมอย่างรวดเร็ว ในนาทีที่ 34 คิมมิชทำฟาวล์คู่แข่งในกรอบเขตโทษ ทำให้ผู้ตัดสินชี้จุดโทษทันที วีเอร่ายิงจุดโทษเข้าไปอย่างเยือกเย็น ส่งให้ฮัมบูร์กขึ้นนำ 1-0 บาเยิร์นยังคงรักษาความสงบ กลับมาตั้งเกมได้อย่างรวดเร็วและเปิดเกมโต้กลับทางฝั่งซ้าย

ในนาทีที่ 42 กนาบรีส่งบอลต่ำเข้ามา แต่คิมมิชยิงออกไปข้างประตู จากนั้นบอลก็ตกมาถึงเคนอย่างเหมาะเจาะ ซึ่งเขาซัดเข้าประตูจากระยะใกล้ ทำให้สกอร์กลับมาเสมอกันที่ 1-1 กนาบรีเองก็ทำประตูได้ก่อนหมดครึ่งแรก แต่ประตูถูกตัดสินให้เป็นลูกล้ำหน้า

ในครึ่งหลัง คอมปานีส่งดิอาซลงสนามทันทีเพื่อเป็นผู้นำการโจมตี ไม่นานหลังจากเริ่มครึ่งหลัง โอลิเซ่และกนาบรีประสานงานกันทางฝั่งขวา โดยโอลิเซ่จ่ายบอลทะลุช่องให้ดิอาซหมุนตัววอลเลย์เข้าประตู ทำให้บาเยิร์นนำ 2-1 ทันทีที่ชัยชนะดูเหมือนจะแน่นอน ฮัมบูร์กก็เปิดบอลจากฝั่งขวาในนาทีที่ 53 และวูสโควิชโหม่งเข้าประตู ทำให้สกอร์กลับมาเสมอกันที่ 2-2

นายเนอร์ประเมินการออกมาตัดบอลผิดพลาดในครั้งนี้ ส่งผลให้คู่แข่งได้โอกาสทำประตู ขณะที่ฮัมบูร์กเล่นลูกเตะมุมได้อย่างยอดเยี่ยม

บาเยิร์นกดดันหนักขึ้นในครึ่งหลัง โดยโอลิชสร้างโอกาสหลายครั้งให้ทีม ลูกโหม่งของเคนพุ่งชนคานประตู และลูกยิงของดิอาซก็ถูกเซฟไว้ได้ แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถส่งบอลเข้าประตูได้ ฮัมบูร์กถอยลงไปตั้งรับและอาศัยจังหวะโต้กลับ ในนาทีที่ 74 เวียร่าเกือบทำประตูได้จากการยิงจ่อๆ เข้าประตู แต่เดวีส์พุ่งเข้าเคลียร์บอลบนเส้นประตูได้อย่างหวุดหวิด ป้องกันประตูชัยในนาทีสุดท้ายไว้ได้

นักเตะบาเยิร์นมีข้อข้องใจบางอย่างกับผู้ตัดสินหลังจบการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการตัดสินจุดโทษและการปะทะทางร่างกาย ทั้งคอมปานีและนอยเออร์ต่างก็แสดงความคิดเห็นของตนเอง แต่แนวรับของฮัมบูร์กแข็งแกร่งและจบสกอร์ได้อย่างเฉียบขาด—เราต้องยอมรับว่าพวกเขาสมควรได้รับชัยชนะ

ลูกเตะมุมสุดท้ายของบาเยิร์นจบลงด้วยการโหม่งของเคนที่หลุดกรอบไป ส่งผลให้เสมอกัน 2-2 กองหน้าเดินกลับอุโมงค์ด้วยความผิดหวัง ขณะที่นักเตะฮัมบูร์กมารวมตัวกันฉลอง บาเยิร์นแสดงให้เห็นถึงทักษะการโจมตีที่สร้างสรรค์ โดยดิอาซสร้างผลกระทบที่ทรงพลังจากม้านั่งสำรอง แต่แนวรับกลับดูไม่มั่นคง ฝั่งขวาถูกเปิดโปง และในช่วงเวลาสำคัญพวกเขาขาดประสิทธิภาพ การขาดเลมเมอร์ทำให้ปัญหาด้านขวาแย่ลง ขณะที่ข้อจำกัดทางร่างกายของคิมมิชก็ถูกเปิดเผย

บาเยิร์นยังคงนำอยู่เก้าคะแนน แต่ด้วยการไม่ชนะสองนัดติดต่อกัน ดอร์ทมุนด์จะเห็นช่องว่างอย่างแน่นอน นัดต่อไปของพวกเขาคือการเล่นในบ้านพบกับฮอฟเฟ่นไฮม์ ซึ่งอยู่ในฟอร์มที่ดีและมีการทำประตูได้มากมาย บาเยิร์นต้องรีบค้นหาฟอร์มการชนะกลับมาอย่างรวดเร็ว มิฉะนั้น หากช่องว่างแคบลง การแข่งขันชิงแชมป์บุนเดสลีกาในฤดูกาลนี้อาจกลายเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนอย่างแท้จริง หากบาเยิร์นยังคงทำคะแนนหลุดมือแบบนี้ต่อไป ภูมิทัศน์อาจเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง